Uncategorized

รู้หรือไม่การใช้ ไฟฉายส่องท้อง ช่วยพัฒนาลูกน้อย

photo-1456918629585-305b3f5041bf

เชื่อว่าหลายๆคนนั้นรู้อยู่แล้วว่า ไฟฉาย นั้นเกิด มีที่มา และมีหน้าที่การใช้งานอย่างไรบ้าง ซึ่งหน้าที่หลักๆของมันก็คือ ใช้ในการส่องแสงสว่าง หรือในบางครั้งอาจใช้ในการป้องกันตัว หรือ ขอความช่วยเหลือในยามฉุกเฉินนั่นเอง ซึ่งนั่นก็เพราะว่าไฟฉายนั้นมีการพัฒนาเทคโนโลยีไปก้าวไกลมากกว่าในสมัยก่อนเดิม นั่นเอง แต่ประโยชน์ของสิ่งนี้ยังมีอีกอย่างที่หลายคนนั้นอาจที่จะคาดไม่ถึงนั่นเอง ซึ่งนั้นก็คือ ใช้แสงไฟของไฟฉายส่องกระตุ้นในครรภ์ของคุณแม่ เพื่อกระตุ้นการพัฒนาของลูกน้อยนั่นเอง โดยสามารถที่จะส่องไฟกระตุ้นครรภ์ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน โดยการส่องไฟนั้นจะช่วยกระตุ้นเซลล์สมองและส่วนประสาทของการรับภาพและในส่องของการมองเห็นให้มีพัฒนาการดีขึ้นนั้นเอง

ไฟฉาย

โดยการเลือก ไฟฉาย led และเลือกใช้ฟังก์ชั่นการใช้งานแบบกระพริบ โดยปรับขนาดแสงไฟให้พอดี เพื่อให้แสงสว่างส่องทะลุเข้าไปในด้านใน โดยให้มีระยะห่างของไฟฉายประมาณ 1 ฟุต โดยมีการขยับไปมา อยู่ตลอด และควรระวังไม่ควรใช้แสงไฟฉายที่มีคาวามสว่างจนเกินไป ซึ่งการใช้ไฟฉายที่มีแสงแรงๆนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายกับในส่วนของจอประสาทตาและไม่ควรที่จะใช้เวลานานและส่องบ่อยจนเกินไป

การตอบสนองความรับรู้ของลูกต่อแสงไฟ

เมื่อมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป มดลูกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และ ผนังมดลูกจะมีขนาดบางลง ซึ่งในช่วงนี้จะทำให้แสงผ่านเข้าไปได้ดี ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยสามารถรับรู้แสงสว่าง และ ความมืด ได้ดีนั่นเอง

โดยพัฒนาการในแต่ละสัปดาห์นั้นก็จะมีพัฒนาการที่ค่อยๆเติบโตขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในท้องนั้นเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ หรือ เราอาจจะได้เห็นจากในหนังภาพยนตร์ หรือ คำแนะนำจากแพทย์ นั่นเอง ซึ่งถือว่าวิธีใช้ ไฟฉายแรงสูง ส่องเข้าไปในครรภ์ นั้นเป็นวิธีที่ง่ายดาย และใช้เวลาและงบประมาณไม่เยอะ แต่ประโยขน์ที่ได้รับกลับมานั้นมากมายและคุ้มค่ามากๆ ซึ่งทางเราหวังว่าบทความเกี่ยวกับไฟฉายในครั้งนี้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อ คุณแม่ และทุกๆคนที่สนใจ และ มีไฟฉายอยู่ในครอบครองและอื่นๆ

ไฟฉาย (1)

แน่นอนว่าทางเรายังอยากขอเน้นย้ำเหมือนทุกครั้งว่าการเลือกใช้นั้น ควรเลือกของที่เป็นของแท้ และ ราคาตามงบประมาณที่ตั้งไว้ เพื่อที่จะได้ของที่ดีมีคุณภาพ และ ใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจเอาไว้ เพื่อการใช้งาน ไฟฉาย ที่จะได้ประโยชน์จากมันสูงที่สุดนั่นเอง โดยครั้งหน้าเราจะมีเรื่องอะไรมานำเสนอ โปรดอย่าลืมติดตามกันต่อไป

marcos-moraes-67911-unsplash

Advertisements
Uncategorized

ไฟฉายแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

แน่นอนว่าทุกๆคนต้องรู้จักคำว่า ไฟฉาย มาตั้งแต่เด็กๆ หรือตั้งแต่จำความได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเล่นในตอนที่เราเป็นเด็ก หรือ ไฟฉายคุณภาพสูงที่ระดับมืออาชีพเลือกใช้ ซึ่งในไฟฉายแต่ละชนิดนั้นก็จะมีคุณสมบัติ และ ลักษณะการใช้งานแตกต่างกันไป ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ไฟฉายแบบถืออีกต่อไปแล้ว เพราะในปัจจุบันนั้นมีไฟฉายหลายชนิดมาก ซึ่งจะมีชนิดไหน ประเภทไหนบ้าง ดังนี้

ไฟฉายคาดหัวแรงสูง

ไฟฉาย led  ไฟฉายแรงสูง ประเภทนี้ จะเป็นไฟฉายที่มีความสว่างสูงมาก และใช้อายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งก็จะมีค่าความสว่าง Lumens แตกต่างกันไปตามขนาด ตามคุณภาพ ตามราคา ซึ่งยิ่งค่าไฟฉายที่มี ค่า Lumens มากๆ ก็จะมีความสว่างมาก ซึ่งแสงที่ได้โดยส่วนมากจะเป็นแสงสีขาว ให้ค่าความสว่างมาก

ไฟฉายแรงสูง

ไฟฉายคาดหัว ซึ่งไฟฉายชนิดนี้จะพบเห็นได้บ่อยมากในอาชีพทำสวน หรือ กรีดยางพารา ซึ่งการใช้ไฟฉายชนิดนี้นั้นจะทำให้เหมาะกับการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะจะไม่ต้องเสียมือ 1 ข้าง ในการถือไฟฉาย เพราะการใช้ไฟฉายคาดหัวนั้นเราเพียงแค่สวมไฟฉายที่หัว ก็จะสามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งทำให้สะดวกต่อการทำงานมากขึ้น

ไฟฉายคาดหัว (1)

ไฟฉาย Spotlight ไฟฉายชนิดนี้ก็จะเป็นไฟฉายที่เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง หรือ พื้นที่ภายนอกอาคาร ซึ่งจะพบเห็นได้ในตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่นภูเขา เดินป่า เพราะไฟฉายประเภทนี้ มีขนาดหน้าไฟฉายที่กว้าง ให้แสงสว่างมากและกระจายเป็นวงกว้าง ทำให้ได้ความสว่างในพื้นที่ที่ต้องการมากเช่นกัน ซึ่งเหมาะมากกับการพกพาไปในการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีหลายขนาด ค่าความสว่าง ที่แตกต่างกันไป ตามความต้องการ

ไฟฉาย Floodlight

ซึ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างการไฟฉายเท่านั้น ยังมีไฟฉายอีกหลายชนิดที่ยังไม่ได้กล่าวถึง แต่ไม่ว่าจะเป็นไฟฉายประเภทไหน ก็ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้ได้ใช้ไฟฉายที่เหมาะสมกับการใช้งาน แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเป็นของที่แพงเสมอไป ของถูกและดีก็ยังมีเช่นเดียวกัน ลองไปเลือกดูตามที่ร้านหรือลองหาอ่านข้อมูลดูเยอะๆ แต่หากยังมีข้อสงสัยก็สามารถทิ้งความเห็น สอบถามทางผู้เขียนได้ เรายินดีให้คำปรึกษา สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านได้เลือกใช้ไฟฉายที่ราคาไม่แพง ใช้งานได้ยาวนาน และหากใครที่มีการนำไฟฉายไปใช้ในสถานที่ต่างๆ มีรูปภาพสวยๆ อยากให้แชร์รูปภาพต่างๆมาให้ได้รับชมบ้าง เพื่อที่จะได้เป็นการสร้างกำลังใจในการเขียนบทความนี้ต่อไป

Uncategorized

บอกลาปัญหาส้นเท้าแตกในหน้าหนาว!

ในช่วงฤดูหนาวผิวของเราโดยทั่วไปจะแห้ง  เรามักให้ความสนใจเท้าของเราน้อยลง บางครั้งโดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาวในสภาพอากาศที่แห้งมาก เมื่อเราสวมรองเท้าแตะ เราอาจสังเกตเห็นว่าส้นเท้าของเราที่กระทบและเสียดสีกับพื้นคอนกรีตที่เย็น จะพบว่า ส้นเท้าของคุณได้เริ่มแตก รอยแตกเหล่านั้นอาจจะลึกพอที่มีเลือดออก และทำให้เจ็บปวดมากในตอนเดินและถ้าโชคร้ายจะทำให้แผลที่ส้นเท้าติดเชื้อได้ง่าย


นอกจากนี้รองเท้าส้นสูงที่อยู่ภายใต้แรงกดแทบทุกเวลาที่เรายืนขึ้นยิ่งถ้าเรามีน้ำหนักเยอะ ก็จะให้เกิดปัญหาได้ง่ายมาก เพราะจะทำให้เกิดแรงดัน การกดทับที่แผ่นไขมันใต้ส้นเท้าของเรา  พยายามขยายออกไปด้านนอก หากคุณสวมใส่รองเท้าเปิดส้นยิ่งเป็นการทำให้ส้นเท้าเกิดการขยายออกด้านข้างจน ผิวบริเวณส้นเท้าอาจเริ่มแตกและไม่สวยทีแท้จริง ส้นเท้าแตก บางครั้งอาจจะเป็นอาการที่มาจากโรคต่างๆ ผิวแห้งยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน  ที่ลดการผลิตเหงื่อ ทำให้เท้าของคุณแห้งและแข็ง ดังนั้น สภาพผิวเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหา หากคุณกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขเหล่านี้ คุณควรปรึกษาแพทย์รักษาโรคเหล่านี้ รอยแตกของส้นเท้าเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผิวหนังแห้งและหนา ถ้ารอยแตกของคุณอาจมีเลือดออก และถ้าติดเชื้ออาจอักเสบเมื่อสัมผัส บวม และเจ็บ

วิธีรักษาส้นเท้าแตก เกี่ยวข้องกับผิวส้นเท้า สามารถเอาของส้นเท้าที่แห้งและหนา โดยค่อย ๆ ถูหินภูเขาไฟ หินชนิดหยาบที่ใช้สำหรับขัดส้นเท้าได้ในขณะที่คุณอาบน้ำ หรืออาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อเท้าของคุณมีทั้งหมดแห้งปิดหลังจากนั้น คุณสามารถละเลงได้บนครีมมอยซ์เจอไรเซอร์  เพื่อให้ผิวนุ่ม ลดอาการผิวบริเวณส้นเท้าแห้งแต่ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ต้องห้ามเลยก็คือ อย่าใช้มีดหรือกรรไกรไปแงะตัดผิวที่แตกหรือตัดตาปลาเอง เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ดี เช่น การตัดลึกเกินไป และการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการสวมเปิดส้นรองเท้า เช่น รองเท้าแตะหรือรองเท้าอื่น ๆ สำหรับสักครู่ หรืออย่างน้อยใช้กับรองเท้าที่มีส้นเท้าสลับกัน นอกจากนี้ควรใส่ถุงเท้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในหน้าหนาว ความชุ่มชื้นหลังจากทาครีมที่มีส่วนประกอบของมอยซ์เจอไรเซอร์ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่เย็น และยังอีกผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยได้คือ ซิลิโคนรองส้นเท้า เป็นแผ่น ซิลิโคนส้นเท้าแตก ป้องกันส้นเท้าแตก ส้นเท้าด้าน ช่วยลดอาการบาดเจ็บ ถ้ายิ่งใช้ร่วมกับการทายาแก้ส้นเท้าแตก จะทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

 

Uncategorized

สูงง่ายๆด้วย…. แผ่นเสริมส้นเพิ่มความสูง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเพื่อน ๆ คนอื่นถึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคุณทำไมสูงได้ถึงแค่นี้ จริงๆแล้วความสูงเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ การรับประทานอาหารเครื่องดื่มที่มีแคลเซียมสูง เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงและผู้ชายจะหยุดสูงไม่ช่วงอายุที่ไม่เหมือนกัน ผู้หญิงจะหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 17 ปี ส่วนผู้ชายจะหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 19 ปี ถ้าหากอายุของคุณเลยช่วงการเจริญเติบโตของร่างกายไปแล้วร่างกายก็จะสูงขึ้นได้เช่นกันแต่จะไม่สูงมากนักและช้ากว่าที่อยู่ช่วงอายุ

ความสูง

วันนี้เรามีวิธีที่สามารถทำให้คุณสูงได้ง่าย ๆ วิธีเพิ่มความสูง โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที  ไม่ต้องกินหรือออกกำลังกายให้เหนื่อย สูงขึ้นจริง ๆ ปลอดภัยแต่แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแ วิธีนี้ก็คือ เทคนิคการเพิ่มความสูง โดยใช้ แผ่นเสริมส้น ที่ใส่ไปในรองเท้า วิธีการใช้เทคนิคเพิ่มความสูงด้วยการใช้แผ่นเสริมส้นที่ออกแบบมาให้เราเพิ่มความสูงเสริมตรงบริเวณส้นเท้านั้น เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มักเป็นที่นิยมของดารานักแสดงที่มักจะใส่เวลาไปออกงานหรืองานอีเวนท์ต่าง ๆ  รวมไปถึงศิลปินไอดอลอปป้าเกาหลีที่ชอบใส่ขึ้นคอนเสิร์ตกันอยู่บ่อย ๆ  เนื่องจากเป็นวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมากและราคาไม่สูง ไม่ต้องเจ็บตัวหรือทรมานไปต่อกระดูก เพราะความสูงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แผ่นเพิ่มความสูงช่วยคุณได้ทั้งนี้ แผ่นเสริมความสูง ยังสะดวกในการใช้เพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้โดดเด่นและดูดีอย่างง่ายดาย ซึ่งแผ่นเสริมส้นรองเท้านั้น มีหลากหลายขนาดของความสูงมีให้เลือก ตั้งแต่ 2 – 9 เซนติเมตรกันเลยทีเดียว

 

แผ่นเพิ่มความสูง มีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำ โดยมีทั้งแผ่นส้นเสริมที่เป็นแบบโฟมธรรมดา แบบซิลิโคน และแบบพลาสติกก็มี วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแผ่นเพิ่มความสูงแบบชนิดต่างๆกันค่ะ  เพราะแต่ละประเภทก็ข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสะดวกและการใช้งานของแต่ละคน แบบโฟมจะมีราคาถูกน้ำหนักค่อนข้างเบาแต่ใช้งานได้ไม่งานนานนัก ใส่ได้ 3-4 ครั้งก็ยุบแล้ว ชนิดโฟมมักจะเหมาะกับการใช้งานประเภทชั่วคราวที่ไม่ต้องใส่เป็นประจำทุกวัน ส่วนแบบซิลิโคน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้แล้วต้องยืนนานๆหรือเดินเยอะ เนื่องจากคุณสมบัติของซิลิโคนจะมีลักษณะเบาและนุ่มทำให้เวลายืนหรือเดินนานๆจะรู้สึกสบายเท้า ไม่ปวด ตัวซิลิโคนจะมีความยืดหยุ่นสูงและอายุการใช้งานนานขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน และสุดท้ายแบบพลาสติกที่จะรับนำ้หนักได้เป็นอย่างดี ลดแรงกระแทก ไม่เจ็บเท้าและข้อเท้า ไม่แข็งกระด้าง และปรับระดับได้ อายุการใช้งานของแต่ประเภทขึ้นอยู่กับความถี่การใช้งาน และควรเลือกใช้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานเพราะแต่ละแบบจะมีข้ดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป มั่นใจได้เลยว่าวิธีเพิ่มความสูงวิธีสามารถเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ที่ดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้นได้ใน 1 นาทีได้อย่างแน่นอน

Uncategorized

รู้ไว้ใช่ว่า!? ปัญหาส้นเท้าแตก..

ส้นเท้า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเท้า มันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนหลังเท้ารักษาสมดุลในขณะที่ยืนหรือวิ่งและรองรับน้ำหนักของทุกส่วนของร่างกายไว้ และส้นเท้าก็มักจะมีความผิดปกติและทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา

ส้นเท้าแตก คืออะไร

ส้นเท้าแตกถือเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของความผิดปกติของเท้าที่แพร่หลายในวันนี้ ที่รู้จักกันทั่วไปเป็น รอยแตก รอยแยกและลึกลงไปภายในผิวของเท้า ทำให้ปวดและอาจมีเลือดออก

อาการส้นเท้าแตก

อาการเป็นมักมีดังต่อไปนี้  ผิวตรงบริเวณส้นเท้าจะหนาและแห้ง เวลาเดินนานๆส้นจะได้รับแรงกดละแรงเสียดทานมากๆจะทำให้เกิดอาการคันและเกิดรอยแยก ส้นเท้าหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีดำ จะเกิดอาการเจ็บปวดในขณะเดิน วิ่ง หรือแม้แต่จะยืน

สาเหตุของส้นเท้าแตก

สาเหตุทั่วไปของส้นเท้าแตกอาจจะเกิดจากผิวแห้งขาดน้ำในบริเวณส้นเท้า  โรคเบาหวานก็เป็นสาเหตุการนำไปสู่อาการเหงื่อตกน้อย ผิวหนังแห้งทำให้ผิวไม่นุ่มและยืดหยุ่น โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินเพิ่มความดันในส้นเท้าจึงแตกได้ การยืนเป็นเวลานาน เช่น เดินบนพื้นเย็นๆและบนพื้นแข็ง , โรคสะเก็ดเงิน , สวมรองเท้าเปิดส้นด้านหลังซึ่งจะช่วยให้ไขมันหลบเข้าด้านข้างและความดันบนรอยแตกจะเพิ่มขึ้น

วิธีรักษาและการป้องกัน

ทาครีมให้ความชุ่มชื้น โลชั่นและครีมที่มี วิตามิน E  เชียบัตเตอร์และว่านหางจระเข้ที่เป็นประโยชน์ควรใช้เป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงรอยแตก สูตรนี้ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และความชุ่มชื้นของผิว จะลดความหนาของส้นเท้าที่แข็ง  แต่นี่เป็นเป็นเพียงวิธีรักษามันจะดีกว่าไหมถ้าเรารู้จักวิธีที่จะป้องกันมากกว่าการรักษาปัญหานี้ และหามาตรการในการป้องกัน ขั้นตอนที่ควรนำมาพิจารณาในการรักษาเท้า :

1.สวมรองเท้าส้นปิดและรองเท้าควรจะเก็บไว้แห้งโดยเฉพาะผิวระหว่างนิ้วเท้าเนื่องจากมีโอกาสมากที่จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และรองเท้าพื้นบาง ควรหลีกเลี่ยง

2. สวมใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด หรือ ซิลิโคนรองส้นเท้า เป็นประจำเพื่อลดการเสียดสีกับพื้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักของส้นเท้าแตก

mw

ซิลิโคนส้นเท้าแตก

3. อาหารก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาเท้าของคุณมีสุขภาพดี กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน ได้แก่ แครอท มันเทศ คะน้า ผักโขม ฟักทอง ที่เป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน A ปริมาณการบริโภคน้ำทุกวันสำคัญมาก เช่น ผิวแห้งเป็นผลโดยตรงของการขาดน้ำ ในหนึ่งวันควรดื่มน้ำหกถึงแปดแก้ว ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม

วิธีป้องกันตามธรรมชาติหลีกเลี่ยงปัญหาส้นเท้าแตก ดังนั้น เพื่อให้เท้าของคุณควรสวมรองเท้า ถุงเท้าเพื่อสุขภาพเท้าตามวิธีข้างต้นและทำตามขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้ คุณจะไม่มีวันเห็นรอยแตกบนส้นเท้าของคุณอีกครั้ง

Uncategorized

วิธีรักษาส้นเท้าแตกจากสมุนไพร

ส้นเท้าแตก เป็นปัญหาทั่วไปที่เราพบในหลาย ๆ คน เหตุผลหลักสำหรับปัญหานี้ คือ ผิวหนังแห้ง พบว่าผู้ที่มีผิวแห้ง ที่ไม่ได้รับการดูแลจนทำให้ ส้นเท้าแตก ถ้าคุณมีส้นเท้าแตกและไม่ดูแลส้นเท้าอย่างถูกต้องแล้ว ปัญหาต่าง ๆ จะตามมาแน่นอน หลายคนต้องประสบกับปัญหาส้นเท้าเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่ดูแลส้นเท้าเราหลายคนจะต้องทนส้นเท้าแตก สาเหตุของส้นเท้าแตกมีดังต่อไปนี้ น้ำหนักเกิน การเป็นโรคเบาหวานจะทำให้ผิวแห้งและส้นเท้า ขาดธาตุสังกะสี ยืนหรือเดินเป็นเวลานานในรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น การสวมรองเท้าแตะไม่หุ้มส้นบ่อย ๆ

shutterstock_163030886

 

เราจะรักษาส้นเท้าแตกได้อย่างไร เมื่อคุณรู้สาเหตุของมันแล้ว วันนี้เรามีเคล็ดลับ วิธีการรักษาส้นเท้าแตกด้วยวิธีรักษาส้นเท้าแตกจากสมุนไพรและส่วนผสมจากธรรมชาติที่สามารถทำกันได้ง่าย ๆ กันค่ะ

วิธีที่ 1 น้ำมะนาว แก้ส้นเท้าแตก

น้ำมะนาวไม่ได้เป็นเพียงสารฟอกสีที่ใช้ในการฟอกสีผิวเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับการรักษาส้นเท้าแตกของคุณ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยให้ผิวนุ่มและเรียบเนียนขึ้นในบริเวณที่มีรอยแตกลายบริเวณส้นเท้า มีหลายวิธีที่จะใช้มะนาวสำหรับส้นเท้าแตก

วิธีการใช้น้ำมะนาวเพื่อรักษาส้นเท้าแตก

  1. ผ่ามะนาวเป็นสองซีกและใช้มะนาวหนึ่งซีกทับครึ่งบนส้นเท้าของคุณ
  2. บีบมะนาวเพื่อให้น้ำมะนาวจะถูกซึมไปยังส้นเท้าของคุณ ทำแบบนี้เป็นเวลาห้านาที
  3. ค่อยๆขัดเท้าของคุณด้วยผ้าหรือแปรงอ่อน ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำ
  4. บีบมะนาวลงในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น แช่เท้าคุณไว้ประมาณ 15-20 นาที ทำสัปดาห์ละสองครั้ง
  5. ผสมน้ำมะนาวกับเปลือกมะนาวและนำมาใช้กับรอยแตกบนส้นเท้า ล้างหลังจาก ทิ้งไว้ 15-20 นาที

วิธีที่ 2  ครีมว่านหางจระเข้แก้ปัญหาส้นเท้าแตก

ในขณะที่ว่านหางจระเข้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมก็ยังสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นประโยชน์ในการรักษาเท้าแตกของคุณ อาจจำเป็นต้องผสมสมุนไพรบางอย่างกับเจลนี้เพื่อรักษารอยแตกของส้นเท้าของคุณให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย เท้าที่เป็นโรคเบาหวานเมื่อแตกอาจมีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไป ใบโหระพา เป็นยาต้านจุลชีพเป็นสิ่งที่ดีสำหรับรอยแตกดังกล่าวบนเท้าเบาหวาน แม้ใบสะเดาสามารถใช้สำหรับส้นเท้าแตกเมื่อทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวาน

ส่วนผสม

ว่านหางจระเข้ – 2 ช้อนโต๊ะ

ขมิ้นผง – 1 ช้อนชา

ใบโหระพา วาง – 1 ช้อนชา

การบูรผง – 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.ตำใบโหระพาให้เข้ากัน

2.ผสมผงขมิ้น ใบโหระพา และการบูรผงกับเจลว่านหางจระเข้

3.ผสมให้เข้ากันและใช้ทาส้นเท้าที่แตก

4.ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

5.ล้างออกด้วยน้ำอุ่นอุ่น ๆ

วิธีที่ 3 แป้งข้าวจ้าวแก้ปัญหาส้นเท้าแตก

ทำความสะอาดผิวด้วยการขัดผิวของส้นเท้าที่แตก วิธีภูมิปัญญาที่ใช้ผงข้าวสำหรับขัดเม็ดเล็ก ๆ ตามธรรมชาติ น้ำผึ้งที่มีประโยชน์มากและน้ำส้มสายชู

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า (ละเอียด แต่หยาบ) – 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำผึ้ง – 2 ช้อนชา

น้ำส้มสายชู – 1-2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์หวาน (ไม่จำเป็น) – หยดเพียงเล็กน้อย

น้ำอุ่น – แช่เท้า

วิธีทำ

1.แช่เท้าของคุณในน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที

2.ถูเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

3.ตอนนี้เอาแป้งข้าวจ้าวและน้ำผึ้งน้ำส้มสายชูและน้ำผึ้งกับมันเพื่อให้วางหนา

4.ถ้าใช้น้ำมันให้ใส่ส่วนผสมลงไปและผสมให้เข้ากัน

5.ตอนนี้ใช้แป้งข้าวหยาบหยาบนี้ส้นเท้าของคุณและถูเบา ๆ

6.นวดประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

7.ทำทุกวันจนกว่าเท้าของคุณเรียบเนียน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำความสะอาดส้นเท้าที่แตกทุกวันอย่างถูกต้อง หากมีการแตกอย่างรุนแรงและมีเลือดออกคุณควรแช่เท้าในอ่างน้ำอุ่นที่มีเกลือช้อนโต๊ะเป็นเวลา 15 ถึง 20 นาทีในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังสามารถใส่น้ำมันหอมระเหยลงไปในน้ำ เช่น น้ำมันต้นชาซึ่งทำหน้าที่เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ หรือสามารถใช้โลชั่นบำรุงผิวแบบง่าย ๆ พอกหนา ๆ กับส้นเท้าของคุณ จากนั้นสวมถุงพลาสติกหรือยึดฟิล์มห่ออาหารตรงส้นเท้าของคุณ ตอนนอนในเวลากลางคืน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับส้นเท้าของคุณและโปรดระวังอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เสมอก่อนที่จะเริ่มดำเนินการด้วยตนเองสำหรับส้นเท้าแห้งและแตกของคุณ

 

 

Uncategorized

รวมวิธีไล่นกสำหรับผู้ที่อยู่คอนโด

ณ ปัจจุบันปัญหาเหล่าบรรดาสัตว์มารบกวนบ้านของเรานั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจำพวกแมลงต่างๆ หรือ นกนานาชนิด ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในแต่ละบ้านในแตะละคนก็อาจจะมีวิธีต่างๆที่จะช่วยทำให้ ไล่นก พวกนี้ออกไปจากบ้านของเราซึ่งวิธีในการไล่นั้นก็มีหลากหลายวิธีเช่น ไล่ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆช่วยในการไล่ให้สะดวกและเร็วมากขึ้น ซึ่งก็มีอีกหลายวิธีอีกเช่นกัน วันนี้เราลองมาดูกันเลยว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง

ใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการให้นกเห็นเงาสะท้อนตัวเอง โดยการให้นกเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง อาจใช้การหาวัสดุมาใส่น้ำให้เต็มวางไว้ในจุดบริเวณบ้านของเราที่นกชอบมาอยู่ เมื่อนกเห็นเงาสะท้อนของตัวเองก็จะทำให้นกพวกนั้นบินหนีไป หรืออาจจะใช้แผ่นซีดีที่ไม่ใช้แล้วก็ได้ มาวางแปะไว้ ให้นกเห็นได้จากในระยะไกล ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิธีที่ประหยัดและใช้เวลารวดเร็ว ไม่ต้องลงแรงมาก

ใช้วิธีนกหลอกนก เป็นวิธีที่นิยมทำกันมาเป็นช้านาน ใช้วิธีโดยการหารูปปั้นนกหรือตุ๊กตาเป่าลมขึ้นรูปเป็นรูปนกมาใช้ และนำมาวางหรือแขวนไว้ยังจุดที่นกชอบมารบกวน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้ในการไล่นกได้แล้ว

ใช้ ตาข่ายกันนก วิธีนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นวิธีที่เห็นผลได้ทันทีโดยการใช้ตาข่ายกั้นระเบียงคอนโด หรือห้องที่คุณพักอาศัย อาจใช้ตาข่ายที่ถี่ๆก็ได้ เพื่อป้องการนกมายังบริเวณห้องของเรานั่นเอง

ใช้เครื่องไล่นก วิธีนี้เป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะแทบจะไม่ต้องคอยดูหรืออะไรเลย โดยเครื่องตัวนี้ทำงานง่ายโดยการเสียบปลั๊กหรือใส่ถ่านเข้าที่ตัวเครื่อง เครื่องก็จะทำงานโดยการส่งเสียงหรือส่งคลื่นเสียงสัญญาณ Ultrasonic ออกมาไล่นั่นเอง ซึ่งเห็นผลได้ทันที และมีหลากหลายแบบให้ได้เลือก ราคาถูกจนไปถึงราคาแพง ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ใช้นั่นเอง

เลี้ยงสัตว์สำหรับไล่นก โดยการใช้สัตว์มาคอยวิ่งไล่นกนั่นเอง อาจใช้แมวหรือสุนัขในการคอยวิ่งไล่ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเมื่อมีสัตว์เลี้ยงจำพวกนี้อยู่ นกก็จะไม่บินมาเข้าใกล้อย่างแน่นอน

ดูแลทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ให้สะอาด ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนี่ถือว่าเป็นวิธีที่เป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ เพราะสาเหตุที่นกมาทำรังนั้นอาจเป็นเพราะบริเวณนั้นเอื้อต่อการให้นกมาอาศัยนั่นเอง ฉะนั้นเราก็ควรดูแลบริเวณบ้านของเราให้สะอาด เพื่อไม่ให้นกมาคอยสร้างปัญหากับบ้านสุดที่รักของเรานั่นเอง