Uncategorized

บอกลาปัญหาส้นเท้าแตกในหน้าหนาว!

ในช่วงฤดูหนาวผิวของเราโดยทั่วไปจะแห้ง  เรามักให้ความสนใจเท้าของเราน้อยลง บางครั้งโดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาวในสภาพอากาศที่แห้งมาก เมื่อเราสวมรองเท้าแตะ เราอาจสังเกตเห็นว่าส้นเท้าของเราที่กระทบและเสียดสีกับพื้นคอนกรีตที่เย็น จะพบว่า ส้นเท้าของคุณได้เริ่มแตก รอยแตกเหล่านั้นอาจจะลึกพอที่มีเลือดออก และทำให้เจ็บปวดมากในตอนเดินและถ้าโชคร้ายจะทำให้แผลที่ส้นเท้าติดเชื้อได้ง่าย


นอกจากนี้รองเท้าส้นสูงที่อยู่ภายใต้แรงกดแทบทุกเวลาที่เรายืนขึ้นยิ่งถ้าเรามีน้ำหนักเยอะ ก็จะให้เกิดปัญหาได้ง่ายมาก เพราะจะทำให้เกิดแรงดัน การกดทับที่แผ่นไขมันใต้ส้นเท้าของเรา  พยายามขยายออกไปด้านนอก หากคุณสวมใส่รองเท้าเปิดส้นยิ่งเป็นการทำให้ส้นเท้าเกิดการขยายออกด้านข้างจน ผิวบริเวณส้นเท้าอาจเริ่มแตกและไม่สวยทีแท้จริง ส้นเท้าแตก บางครั้งอาจจะเป็นอาการที่มาจากโรคต่างๆ ผิวแห้งยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน  ที่ลดการผลิตเหงื่อ ทำให้เท้าของคุณแห้งและแข็ง ดังนั้น สภาพผิวเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหา หากคุณกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขเหล่านี้ คุณควรปรึกษาแพทย์รักษาโรคเหล่านี้ รอยแตกของส้นเท้าเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผิวหนังแห้งและหนา ถ้ารอยแตกของคุณอาจมีเลือดออก และถ้าติดเชื้ออาจอักเสบเมื่อสัมผัส บวม และเจ็บ

วิธีรักษาส้นเท้าแตก เกี่ยวข้องกับผิวส้นเท้า สามารถเอาของส้นเท้าที่แห้งและหนา โดยค่อย ๆ ถูหินภูเขาไฟ หินชนิดหยาบที่ใช้สำหรับขัดส้นเท้าได้ในขณะที่คุณอาบน้ำ หรืออาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อเท้าของคุณมีทั้งหมดแห้งปิดหลังจากนั้น คุณสามารถละเลงได้บนครีมมอยซ์เจอไรเซอร์  เพื่อให้ผิวนุ่ม ลดอาการผิวบริเวณส้นเท้าแห้งแต่ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ต้องห้ามเลยก็คือ อย่าใช้มีดหรือกรรไกรไปแงะตัดผิวที่แตกหรือตัดตาปลาเอง เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ดี เช่น การตัดลึกเกินไป และการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการสวมเปิดส้นรองเท้า เช่น รองเท้าแตะหรือรองเท้าอื่น ๆ สำหรับสักครู่ หรืออย่างน้อยใช้กับรองเท้าที่มีส้นเท้าสลับกัน นอกจากนี้ควรใส่ถุงเท้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในหน้าหนาว ความชุ่มชื้นหลังจากทาครีมที่มีส่วนประกอบของมอยซ์เจอไรเซอร์ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่เย็น และยังอีกผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยได้คือ ซิลิโคนรองส้นเท้า เป็นแผ่น ซิลิโคนส้นเท้าแตก ป้องกันส้นเท้าแตก ส้นเท้าด้าน ช่วยลดอาการบาดเจ็บ ถ้ายิ่งใช้ร่วมกับการทายาแก้ส้นเท้าแตก จะทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

 

Advertisements
Uncategorized

สูงง่ายๆด้วย…. แผ่นเสริมส้นเพิ่มความสูง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเพื่อน ๆ คนอื่นถึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคุณทำไมสูงได้ถึงแค่นี้ จริงๆแล้วความสูงเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ การรับประทานอาหารเครื่องดื่มที่มีแคลเซียมสูง เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงและผู้ชายจะหยุดสูงไม่ช่วงอายุที่ไม่เหมือนกัน ผู้หญิงจะหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 17 ปี ส่วนผู้ชายจะหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 19 ปี ถ้าหากอายุของคุณเลยช่วงการเจริญเติบโตของร่างกายไปแล้วร่างกายก็จะสูงขึ้นได้เช่นกันแต่จะไม่สูงมากนักและช้ากว่าที่อยู่ช่วงอายุ

ความสูง

วันนี้เรามีวิธีที่สามารถทำให้คุณสูงได้ง่าย ๆ วิธีเพิ่มความสูง โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที  ไม่ต้องกินหรือออกกำลังกายให้เหนื่อย สูงขึ้นจริง ๆ ปลอดภัยแต่แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแ วิธีนี้ก็คือ เทคนิคการเพิ่มความสูง โดยใช้ แผ่นเสริมส้น ที่ใส่ไปในรองเท้า วิธีการใช้เทคนิคเพิ่มความสูงด้วยการใช้แผ่นเสริมส้นที่ออกแบบมาให้เราเพิ่มความสูงเสริมตรงบริเวณส้นเท้านั้น เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มักเป็นที่นิยมของดารานักแสดงที่มักจะใส่เวลาไปออกงานหรืองานอีเวนท์ต่าง ๆ  รวมไปถึงศิลปินไอดอลอปป้าเกาหลีที่ชอบใส่ขึ้นคอนเสิร์ตกันอยู่บ่อย ๆ  เนื่องจากเป็นวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมากและราคาไม่สูง ไม่ต้องเจ็บตัวหรือทรมานไปต่อกระดูก เพราะความสูงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แผ่นเพิ่มความสูงช่วยคุณได้ทั้งนี้ แผ่นเสริมความสูง ยังสะดวกในการใช้เพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้โดดเด่นและดูดีอย่างง่ายดาย ซึ่งแผ่นเสริมส้นรองเท้านั้น มีหลากหลายขนาดของความสูงมีให้เลือก ตั้งแต่ 2 – 9 เซนติเมตรกันเลยทีเดียว

 

แผ่นเพิ่มความสูง มีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำ โดยมีทั้งแผ่นส้นเสริมที่เป็นแบบโฟมธรรมดา แบบซิลิโคน และแบบพลาสติกก็มี วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแผ่นเพิ่มความสูงแบบชนิดต่างๆกันค่ะ  เพราะแต่ละประเภทก็ข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสะดวกและการใช้งานของแต่ละคน แบบโฟมจะมีราคาถูกน้ำหนักค่อนข้างเบาแต่ใช้งานได้ไม่งานนานนัก ใส่ได้ 3-4 ครั้งก็ยุบแล้ว ชนิดโฟมมักจะเหมาะกับการใช้งานประเภทชั่วคราวที่ไม่ต้องใส่เป็นประจำทุกวัน ส่วนแบบซิลิโคน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้แล้วต้องยืนนานๆหรือเดินเยอะ เนื่องจากคุณสมบัติของซิลิโคนจะมีลักษณะเบาและนุ่มทำให้เวลายืนหรือเดินนานๆจะรู้สึกสบายเท้า ไม่ปวด ตัวซิลิโคนจะมีความยืดหยุ่นสูงและอายุการใช้งานนานขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน และสุดท้ายแบบพลาสติกที่จะรับนำ้หนักได้เป็นอย่างดี ลดแรงกระแทก ไม่เจ็บเท้าและข้อเท้า ไม่แข็งกระด้าง และปรับระดับได้ อายุการใช้งานของแต่ประเภทขึ้นอยู่กับความถี่การใช้งาน และควรเลือกใช้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานเพราะแต่ละแบบจะมีข้ดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป มั่นใจได้เลยว่าวิธีเพิ่มความสูงวิธีสามารถเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ที่ดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้นได้ใน 1 นาทีได้อย่างแน่นอน

Uncategorized

รู้ไว้ใช่ว่า!? ปัญหาส้นเท้าแตก..

ส้นเท้า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเท้า มันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนหลังเท้ารักษาสมดุลในขณะที่ยืนหรือวิ่งและรองรับน้ำหนักของทุกส่วนของร่างกายไว้ และส้นเท้าก็มักจะมีความผิดปกติและทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา

ส้นเท้าแตก คืออะไร

ส้นเท้าแตกถือเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของความผิดปกติของเท้าที่แพร่หลายในวันนี้ ที่รู้จักกันทั่วไปเป็น รอยแตก รอยแยกและลึกลงไปภายในผิวของเท้า ทำให้ปวดและอาจมีเลือดออก

อาการส้นเท้าแตก

อาการเป็นมักมีดังต่อไปนี้  ผิวตรงบริเวณส้นเท้าจะหนาและแห้ง เวลาเดินนานๆส้นจะได้รับแรงกดละแรงเสียดทานมากๆจะทำให้เกิดอาการคันและเกิดรอยแยก ส้นเท้าหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีดำ จะเกิดอาการเจ็บปวดในขณะเดิน วิ่ง หรือแม้แต่จะยืน

สาเหตุของส้นเท้าแตก

สาเหตุทั่วไปของส้นเท้าแตกอาจจะเกิดจากผิวแห้งขาดน้ำในบริเวณส้นเท้า  โรคเบาหวานก็เป็นสาเหตุการนำไปสู่อาการเหงื่อตกน้อย ผิวหนังแห้งทำให้ผิวไม่นุ่มและยืดหยุ่น โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินเพิ่มความดันในส้นเท้าจึงแตกได้ การยืนเป็นเวลานาน เช่น เดินบนพื้นเย็นๆและบนพื้นแข็ง , โรคสะเก็ดเงิน , สวมรองเท้าเปิดส้นด้านหลังซึ่งจะช่วยให้ไขมันหลบเข้าด้านข้างและความดันบนรอยแตกจะเพิ่มขึ้น

วิธีรักษาและการป้องกัน

ทาครีมให้ความชุ่มชื้น โลชั่นและครีมที่มี วิตามิน E  เชียบัตเตอร์และว่านหางจระเข้ที่เป็นประโยชน์ควรใช้เป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงรอยแตก สูตรนี้ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และความชุ่มชื้นของผิว จะลดความหนาของส้นเท้าที่แข็ง  แต่นี่เป็นเป็นเพียงวิธีรักษามันจะดีกว่าไหมถ้าเรารู้จักวิธีที่จะป้องกันมากกว่าการรักษาปัญหานี้ และหามาตรการในการป้องกัน ขั้นตอนที่ควรนำมาพิจารณาในการรักษาเท้า :

1.สวมรองเท้าส้นปิดและรองเท้าควรจะเก็บไว้แห้งโดยเฉพาะผิวระหว่างนิ้วเท้าเนื่องจากมีโอกาสมากที่จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และรองเท้าพื้นบาง ควรหลีกเลี่ยง

2. สวมใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด หรือ ซิลิโคนรองส้นเท้า เป็นประจำเพื่อลดการเสียดสีกับพื้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักของส้นเท้าแตก

mw

ซิลิโคนส้นเท้าแตก

3. อาหารก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาเท้าของคุณมีสุขภาพดี กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน ได้แก่ แครอท มันเทศ คะน้า ผักโขม ฟักทอง ที่เป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน A ปริมาณการบริโภคน้ำทุกวันสำคัญมาก เช่น ผิวแห้งเป็นผลโดยตรงของการขาดน้ำ ในหนึ่งวันควรดื่มน้ำหกถึงแปดแก้ว ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม

วิธีป้องกันตามธรรมชาติหลีกเลี่ยงปัญหาส้นเท้าแตก ดังนั้น เพื่อให้เท้าของคุณควรสวมรองเท้า ถุงเท้าเพื่อสุขภาพเท้าตามวิธีข้างต้นและทำตามขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้ คุณจะไม่มีวันเห็นรอยแตกบนส้นเท้าของคุณอีกครั้ง

Uncategorized

วิธีรักษาส้นเท้าแตกจากสมุนไพร

ส้นเท้าแตก เป็นปัญหาทั่วไปที่เราพบในหลาย ๆ คน เหตุผลหลักสำหรับปัญหานี้ คือ ผิวหนังแห้ง พบว่าผู้ที่มีผิวแห้ง ที่ไม่ได้รับการดูแลจนทำให้ ส้นเท้าแตก ถ้าคุณมีส้นเท้าแตกและไม่ดูแลส้นเท้าอย่างถูกต้องแล้ว ปัญหาต่าง ๆ จะตามมาแน่นอน หลายคนต้องประสบกับปัญหาส้นเท้าเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่ดูแลส้นเท้าเราหลายคนจะต้องทนส้นเท้าแตก สาเหตุของส้นเท้าแตกมีดังต่อไปนี้ น้ำหนักเกิน การเป็นโรคเบาหวานจะทำให้ผิวแห้งและส้นเท้า ขาดธาตุสังกะสี ยืนหรือเดินเป็นเวลานานในรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น การสวมรองเท้าแตะไม่หุ้มส้นบ่อย ๆ

shutterstock_163030886

 

เราจะรักษาส้นเท้าแตกได้อย่างไร เมื่อคุณรู้สาเหตุของมันแล้ว วันนี้เรามีเคล็ดลับ วิธีการรักษาส้นเท้าแตกด้วยวิธีรักษาส้นเท้าแตกจากสมุนไพรและส่วนผสมจากธรรมชาติที่สามารถทำกันได้ง่าย ๆ กันค่ะ

วิธีที่ 1 น้ำมะนาว แก้ส้นเท้าแตก

น้ำมะนาวไม่ได้เป็นเพียงสารฟอกสีที่ใช้ในการฟอกสีผิวเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับการรักษาส้นเท้าแตกของคุณ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยให้ผิวนุ่มและเรียบเนียนขึ้นในบริเวณที่มีรอยแตกลายบริเวณส้นเท้า มีหลายวิธีที่จะใช้มะนาวสำหรับส้นเท้าแตก

วิธีการใช้น้ำมะนาวเพื่อรักษาส้นเท้าแตก

  1. ผ่ามะนาวเป็นสองซีกและใช้มะนาวหนึ่งซีกทับครึ่งบนส้นเท้าของคุณ
  2. บีบมะนาวเพื่อให้น้ำมะนาวจะถูกซึมไปยังส้นเท้าของคุณ ทำแบบนี้เป็นเวลาห้านาที
  3. ค่อยๆขัดเท้าของคุณด้วยผ้าหรือแปรงอ่อน ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำ
  4. บีบมะนาวลงในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น แช่เท้าคุณไว้ประมาณ 15-20 นาที ทำสัปดาห์ละสองครั้ง
  5. ผสมน้ำมะนาวกับเปลือกมะนาวและนำมาใช้กับรอยแตกบนส้นเท้า ล้างหลังจาก ทิ้งไว้ 15-20 นาที

วิธีที่ 2  ครีมว่านหางจระเข้แก้ปัญหาส้นเท้าแตก

ในขณะที่ว่านหางจระเข้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมก็ยังสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นประโยชน์ในการรักษาเท้าแตกของคุณ อาจจำเป็นต้องผสมสมุนไพรบางอย่างกับเจลนี้เพื่อรักษารอยแตกของส้นเท้าของคุณให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย เท้าที่เป็นโรคเบาหวานเมื่อแตกอาจมีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไป ใบโหระพา เป็นยาต้านจุลชีพเป็นสิ่งที่ดีสำหรับรอยแตกดังกล่าวบนเท้าเบาหวาน แม้ใบสะเดาสามารถใช้สำหรับส้นเท้าแตกเมื่อทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวาน

ส่วนผสม

ว่านหางจระเข้ – 2 ช้อนโต๊ะ

ขมิ้นผง – 1 ช้อนชา

ใบโหระพา วาง – 1 ช้อนชา

การบูรผง – 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.ตำใบโหระพาให้เข้ากัน

2.ผสมผงขมิ้น ใบโหระพา และการบูรผงกับเจลว่านหางจระเข้

3.ผสมให้เข้ากันและใช้ทาส้นเท้าที่แตก

4.ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

5.ล้างออกด้วยน้ำอุ่นอุ่น ๆ

วิธีที่ 3 แป้งข้าวจ้าวแก้ปัญหาส้นเท้าแตก

ทำความสะอาดผิวด้วยการขัดผิวของส้นเท้าที่แตก วิธีภูมิปัญญาที่ใช้ผงข้าวสำหรับขัดเม็ดเล็ก ๆ ตามธรรมชาติ น้ำผึ้งที่มีประโยชน์มากและน้ำส้มสายชู

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า (ละเอียด แต่หยาบ) – 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำผึ้ง – 2 ช้อนชา

น้ำส้มสายชู – 1-2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์หวาน (ไม่จำเป็น) – หยดเพียงเล็กน้อย

น้ำอุ่น – แช่เท้า

วิธีทำ

1.แช่เท้าของคุณในน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที

2.ถูเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

3.ตอนนี้เอาแป้งข้าวจ้าวและน้ำผึ้งน้ำส้มสายชูและน้ำผึ้งกับมันเพื่อให้วางหนา

4.ถ้าใช้น้ำมันให้ใส่ส่วนผสมลงไปและผสมให้เข้ากัน

5.ตอนนี้ใช้แป้งข้าวหยาบหยาบนี้ส้นเท้าของคุณและถูเบา ๆ

6.นวดประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

7.ทำทุกวันจนกว่าเท้าของคุณเรียบเนียน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำความสะอาดส้นเท้าที่แตกทุกวันอย่างถูกต้อง หากมีการแตกอย่างรุนแรงและมีเลือดออกคุณควรแช่เท้าในอ่างน้ำอุ่นที่มีเกลือช้อนโต๊ะเป็นเวลา 15 ถึง 20 นาทีในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังสามารถใส่น้ำมันหอมระเหยลงไปในน้ำ เช่น น้ำมันต้นชาซึ่งทำหน้าที่เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ หรือสามารถใช้โลชั่นบำรุงผิวแบบง่าย ๆ พอกหนา ๆ กับส้นเท้าของคุณ จากนั้นสวมถุงพลาสติกหรือยึดฟิล์มห่ออาหารตรงส้นเท้าของคุณ ตอนนอนในเวลากลางคืน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับส้นเท้าของคุณและโปรดระวังอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เสมอก่อนที่จะเริ่มดำเนินการด้วยตนเองสำหรับส้นเท้าแห้งและแตกของคุณ

 

 

Uncategorized

รวมวิธีไล่นกสำหรับผู้ที่อยู่คอนโด

ณ ปัจจุบันปัญหาเหล่าบรรดาสัตว์มารบกวนบ้านของเรานั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจำพวกแมลงต่างๆ หรือ นกนานาชนิด ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในแต่ละบ้านในแตะละคนก็อาจจะมีวิธีต่างๆที่จะช่วยทำให้ ไล่นก พวกนี้ออกไปจากบ้านของเราซึ่งวิธีในการไล่นั้นก็มีหลากหลายวิธีเช่น ไล่ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆช่วยในการไล่ให้สะดวกและเร็วมากขึ้น ซึ่งก็มีอีกหลายวิธีอีกเช่นกัน วันนี้เราลองมาดูกันเลยว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง

ใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการให้นกเห็นเงาสะท้อนตัวเอง โดยการให้นกเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง อาจใช้การหาวัสดุมาใส่น้ำให้เต็มวางไว้ในจุดบริเวณบ้านของเราที่นกชอบมาอยู่ เมื่อนกเห็นเงาสะท้อนของตัวเองก็จะทำให้นกพวกนั้นบินหนีไป หรืออาจจะใช้แผ่นซีดีที่ไม่ใช้แล้วก็ได้ มาวางแปะไว้ ให้นกเห็นได้จากในระยะไกล ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิธีที่ประหยัดและใช้เวลารวดเร็ว ไม่ต้องลงแรงมาก

ใช้วิธีนกหลอกนก เป็นวิธีที่นิยมทำกันมาเป็นช้านาน ใช้วิธีโดยการหารูปปั้นนกหรือตุ๊กตาเป่าลมขึ้นรูปเป็นรูปนกมาใช้ และนำมาวางหรือแขวนไว้ยังจุดที่นกชอบมารบกวน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้ในการไล่นกได้แล้ว

ใช้ ตาข่ายกันนก วิธีนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นวิธีที่เห็นผลได้ทันทีโดยการใช้ตาข่ายกั้นระเบียงคอนโด หรือห้องที่คุณพักอาศัย อาจใช้ตาข่ายที่ถี่ๆก็ได้ เพื่อป้องการนกมายังบริเวณห้องของเรานั่นเอง

ใช้เครื่องไล่นก วิธีนี้เป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะแทบจะไม่ต้องคอยดูหรืออะไรเลย โดยเครื่องตัวนี้ทำงานง่ายโดยการเสียบปลั๊กหรือใส่ถ่านเข้าที่ตัวเครื่อง เครื่องก็จะทำงานโดยการส่งเสียงหรือส่งคลื่นเสียงสัญญาณ Ultrasonic ออกมาไล่นั่นเอง ซึ่งเห็นผลได้ทันที และมีหลากหลายแบบให้ได้เลือก ราคาถูกจนไปถึงราคาแพง ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ใช้นั่นเอง

เลี้ยงสัตว์สำหรับไล่นก โดยการใช้สัตว์มาคอยวิ่งไล่นกนั่นเอง อาจใช้แมวหรือสุนัขในการคอยวิ่งไล่ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเมื่อมีสัตว์เลี้ยงจำพวกนี้อยู่ นกก็จะไม่บินมาเข้าใกล้อย่างแน่นอน

ดูแลทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ให้สะอาด ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนี่ถือว่าเป็นวิธีที่เป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ เพราะสาเหตุที่นกมาทำรังนั้นอาจเป็นเพราะบริเวณนั้นเอื้อต่อการให้นกมาอาศัยนั่นเอง ฉะนั้นเราก็ควรดูแลบริเวณบ้านของเราให้สะอาด เพื่อไม่ให้นกมาคอยสร้างปัญหากับบ้านสุดที่รักของเรานั่นเอง

Uncategorized

ไล่หมาอย่างไรให้ปลอดภัย

หากจะพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมนั้นแน่นอนว่าหลายๆคนนั้นมีครอบครัวกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใหญ่ หรือ ครอบครัวเล็กๆแตกต่างกันไป ซึ่งหากถามว่าในทุกๆบ้านนั้นมีแค่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อย่างเดียวหรือไม่ เราก็คงตอบได้อย่างเต็มปากได้เลยว่าไม่ใช่ เพราะนอกจากคนแล้วก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ร่วมอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว ปลา นก หรือ สัตว์อื่นๆ แต่ถ้าหากถามว่าอะไรที่มีคนเลี้ยงเยอะที่สุดแล้วละก็สิ่งที่ทุกๆคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันเลยก็คือ หมา นั่นเอง เพราะหมานั้นมีความน่ารัก ซื่อสัตย์ และเหตุผลอื่นๆหลายๆข้อที่ทำให้คนรักหมา และ ชอบที่จะเลี้ยงหมานั่นเอง แต่ก็มีอีกหลายๆคนเช่นกันนั้นที่ไม่ชอบหมา และ ไม่อยากที่จะเข้าใกล้เลยก็มี ซึ่งคนที่ไม่ชอบหมาก็จะมีวิธีที่จะ ไล่หมา แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างตามแล้วแต่วิธีของแต่ละคนนั่นเอง ซึ่งในวันนี้เราก็จะขอมาแชร์วิธีต่างๆในการใช้นั่นเอง เรามาเริ่มกันเลยว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง

วิธีที่ 1 ใช้ เครื่องไล่หมา ไล่แมว

ซึ่งเป็นวิธีที่มาแรงมากๆในปัจจุบันนี้เพราะด้วยความที่ออกแบบมาให้มีการตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ออกมาให้ได้เลือกซื้อ เลือกใช้กันมากขึ่นอีกด้วย และด้วยราคาที่ไม่แพงกันจนเกินไปทำให้การใช้วิธีนี้เริ่มมีคนหันมานิยมใช้กันมากขึ้น ส่วนเรื่องของการทำงานก็คือ จะมีการปล่อยเสียงและมีการปล่อยคลื่นอัลตร้าโซนิกออกมา ผ่านไปยังอากาศโดยที่จะไม่มีการกระทำอันตรายใดๆกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีกด้วย จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าถ้าเราใช้เครื่องประเภทนี้จะทำอันตรายต่อสัตว์หรือไม่ ทำให้ปลอดภัยได้ 100% แน่นอน แต่อันนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับขนาด และ พันธ์ของตัวสุนัขด้วย เพราะถ้าสุนัขเป็นพันธ์ขนาดใหญ่ การใช่เครื่องไล่ก็อาจจจะไม่เห็นผลนั่นเอง ฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีการใช้เครื่องแล้วก็ยังไม่ได้ผลก็แนะนำ ให้เดินหนีไปไกลๆ อย่าเอะอะวิ่งหนีไปโดยทันที เพราะจะทำให้เป็นการทำให้หมายิ่งวิ่งไล่ตามคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งถ้าหากถามว่า แมวกลัวอะไร หมากลัวอะไร แล้วละก็ อาจจะตอบได้ว่ามันก็คงจะกลัวมนุษย์อย่างเราๆเหมือนกัน ว่าจะไปทำร้ายมันรึป่าว ฉะนั้นในทางที่ดีก็อย่าไปทำร้าย หรือ ทำอันตรายใดๆจนถึงชีวิต หรือถ้าให้ดีก็ลองเปิดใจลองค่อยๆเล่นกับมันดู เผื่อว่าวันหนึ่งคุณอาจจะกลับมารัก หรือ ชอบมันก็ได้

Uncategorized

ไล่หนูอย่างชาญฉลาด

หากเรานึกถึงปัญหาในทุกๆบ้านแล้วนั้นปัญหาใหญ่ที่ทุกบ้านมักเจอกันแน่ๆเลยก็คือเรื่องของการเจอหนูนั่นเอง ซึ่งเมื่อมีหนูเข้ามาร่วมอาศัยอยู่ด้วยแล้วละก็ เราก็ต้องหาวิธีที่จะต้องรับมือเจ้าเหล่าบรรดาหนูพวกนี้นั่นเอง ซึ่งเราจะใช้วิธีอะไรดีล่ะ ถึงจะทำให้หนูทั้งหลายเหล่านี้หายไปจากบ้านของเราได้ วันนี้เราก็มีวิธีดีๆมาฝากกันเพื่ออยากให้เพื่อนๆได้ลองนำเอาไปใช้กันดูว่าจะเห็นผลไหม งั้นเรามาเริ่มกันเลย

– เริ่มจากวิธีแรก การใช้สมุนไพรทางธรรมชาติเพื่อทำการไล่

วิธีนี้ก็คือหา ผัก หรือ สมุนไพร ที่มีกลิ่นค่อนข้างแรง และนำไปบดให้ละเอียดเผื่อให้สามารถนำไปวางในจุดต่างๆทิ่คิดว่าหนูจะออกมานั่นเอง เพื่อให้หนูได้สูดกลิ่นเหล่านี้และให้กลิ่นเป็นตัวนำพาหนูเหล่านี้ให้ออกไปจากบ้านเรานั่นเอง ซึ่ง วิธีไล่หนู ที่หลายๆบ้านเลือกใช้กัน

-ใช้อุปกรณ์ในการทำการ ไล่หนู

ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นวิธีที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมมากๆในปัจจุบันเพราะเริ่มมีเหล่าบรรดาผู้ผลิตนั้นเล็งเห็นถึงปัญหาที่หลายๆบ้านนั้นพบเจอนั่นเอง จึงได้มีการผลิตเจ้า เครื่องไล่หนู นั่นเองซึ่งเป็นเครื่องที่ช่วยตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตคนเมืองในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะด้วยความที่ใช้งานง่ายเพียงแค่ใช้การเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้านของเราและกดปุ่มเปิดเครื่องเพียงเท่านั้นมันก็จะสามารถใช้งานได้แล้ว ถามว่าตัวเครื่องมันใช้งานผ่านระบบอะไร ตอบได้เลยว่าตัวเครื่องมันจะทำงานผ่านระบบอัลตร้าโซนิก ส่งไปยังอากาศ เพื่อให้คลื่นเสียงเหล่านี้ให้ไปกระทำการกับประสาทการรับรู้ของหนูเหล่านั้น ทำให้หนูเมื่อได้สัมผัสจะมีทนไม่ได้และจะค่อยๆหายไปในที่สุด ซึ่งอาจมีคำถามตามมาว่าแล้วเมื่อคลื่นเหล่านี้มันกระทำต่อหนูแล้ว และมันจะมากระทำต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆไหม ขอตอบได้เลยว่า สิ่งมีชีวิตอื่นๆจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรอย่างแน่นอน เพราะคลื่นเหล่านี้จะเป็นคลื่นระดับบางเบามากๆ ซึ่งหนูจะมีประสาทสัมผัสไวมาก ทำให้จะมีแต่หนูเท่านั้นที่จะเกิดผล สิ่งมีชีวิตอื่นๆสามารถอยู่อาศัยในบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อได้ใช้เครื่องนี้หรือว่าใช้วิธีทางธรรมชาติแล้วนั้น ก็อย่าลืมทำความสะอาดภายในบริเวณบ้านของเราให้มีความสะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีเศษอาหารหรือ วัสดุที่สกปรกต่างๆ เพื่อที่จะได้ป้องกันการกลับมาของหนูเหล่านี้ไม่ให้มาอาศัยอยู่ในบ้านของเราอีกต่อไปนั่นเอง ซึ่งก็ขอให้ไม่ว่าใช้วิธีไหนก็อย่าไปทำร้ายสิ่งมีชีวิตใดๆบนโลกนะ