นานาสาระ

หมดปัญหาส้นเท้าแตกด้วยวิธีนี้

tr

สำหรับใครที่มีปัญหาส้นท้าแตก รู้สึกรำคาญใจกับปัญหาของส้นเท้าที่เกิดขึ้น และหาวิธีที่จะดูแลรักษาเท้าเพื่อแก้ปัญหา  รักษายังไม่หายซักที วันนี้เรามีวิธีการดูแลส้นเท้าของเราให้กลับมาเนียนนุ่ม ไม่แข้งกระด้าง อีกต่อไป ก่อนที่เราแก้ปัญหา เราควรรู้สาเหตุของปัญหาของการทำให้ ส้นเท้าแตก กันก่อนดีกว่าค่ะ

 

สาเหตุของส้นเท้าแตก

ส้นเท้าแตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การใส่รองเท้าแตะ การเดินด้วยเท้าเปล่าในบ้านหรือออฟฟิศนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาส้นท้าแตกได้ เนื่องจาก ส้นเท้าได้สัมผัสกับพื้นแข็งๆโดยตรง ประกอบกับความเย็นที่สัมผัสเป็นสาเหตุให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง  ขาดความชุ่มชื้น หรือการเดินเยอะๆทำให้ส้นเท้าได้รับแรงเสียดทานระหว่างส้นเท้ากับรองเท้าที่เราสวมใส่อยู่ ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าเปิดส้นก็จะทำให้ส้นเท้าหนาและด้านขึ้น  นอกจากนั้น สภาพอากาศก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ส้นเท้าของเราแตกได้เช่นกัน    เมื่อเรารู้ว่าปัญหาการเกิดส้นเท้าแตกนั้น มันเกิดจากอะไรบ้าง เราก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเรานั้น โดยมี วิธีรักษาส้นเท้าแตก ดังนี้

วิธีรักษาส้นเท้าแตก

  1. หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง ๆ เป็นเวลานาน ๆ
  2. ควรสวมใส่รองเท้าหุ้มส้น หากอยู่ในบ้านหรือออฟฟิศควรหารองเท้าสำหรับใส่บ้าน เพื่อลดการสัมผัสระหว่างส้นเท้ากับพื้นเย็นๆ
  3. ควรสวมถุงเท้า หากมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับส้นเท้าด้วยการใช้ครีมทาส้นเท้าแตก ครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น วาสลีน ออยล์หรือ เจลสำหรับส้นเท้า เพื่อไม่ให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง
  5. ไม่ควรยืนเป็นเวลานานๆ เนื่องจากน้ำหนักตัวจะถูกถ่ายมาบริเวณส้นเท้า หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรหา ซิลิโคนรองส้นเท้า ลดการกดทับ ที่เป็นสาเหตุทำให้ส้นเท้าหนาและด้าน
  6. หมั่นขัดส้นเท้าด้วยหินขัด หรือขัดด้วยสบู่ อาจจะทำหลังอาบน้ำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังกำพร้าบริเวณส้นเท้าให้เนียนนุ่มอยู่เสมอ
  7. ลดน้ำหนักตัว เนื่องจากการกดทับจากน้ำหนักและเกิดการเสียดสีกับพื้นผิวที่ส้นเท้า ทำให้เกิดการด้านหนาของเซลล์ผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วไม่หลุดร่อนออกเพราะขาดความชุ่มชื่น และแข็งกระด้าง

นอกจากวิธีการรักษา หรือการป้องกันเบื้องที่เราได้กล่าวกันไปแล้ว การดูแลสุขภาพจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยการแนะนำให้รับประทานอาหาร หรือ อาหารเสริมที่มีส่วนผสมองวิตามินเอ วิตามินอี หากทำตามวิธีข้างต้นไปหมดแล้วคุณยังไม่หายจากปัญหาส้นเท้าแตก หรือมีอาการเจ็บปวดในส้นเท้าต้องไปพบแพทย์เพื่อการรักษาและป้องกันต่อไป

Advertisements