นานาสาระ, เรื่อยเปื่อยๆ

ความเป็นมา และประโยชน์ของเครื่องดักฟัง

เครื่องดักฟังเสียง

เครื่องดักฟังเสียงระยะไกล

เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากเครื่องบันทึกเสียงและมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาตามสามารถของมนุษย์เราจนกลายมาเป็นเครื่องดักฟัง ด้วยความสามารถของมนุษย์นั้นมีขีดกำจัดสามารถไปได้เรื่อยๆทั้งเรื่องเทคโนโลยีและอื่นๆอีกมากมายที่ตัวผมเองยังตกใจกับโลกเราที่พัฒนาไปไกลมาจนเราอาจจะตามไม่ทันก็เป็นได้ จะยกตัวอย่างเทคโนโลยีซักอย่างๆให้เห็นภาพนะครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ทุกคนคงรู้จัก floppy disk ใช่ไหม เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมๆ มีขนาดพอสมควร และมีความจุที่น้อยมากใช่ไหม ทุกคนลองดู floppy disk นี่ สมัยเมื่อ 10-15 ปีก่อนนี่ยังใช้ใส่ข้อมูลกันอยู่เลย และลองดูในปัจจุบันกันบ้าง มันจะมี flash drive, micro sd card,  external hard drive แต่ละอย่างที่พูดมาล้วนแต่มีขนาดที่เล็กลง แต่มีความจุข้อมูลที่เยอะๆขึ้น แล้วยังการพกพาที่แสนสะดวกสบาย และอีกชิ้นก็คือ ส่วนสำคัญของบทความนี้เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก เครื่องดักฟังนั่นเอง เอาละครับเราจะมาดูการพัฒนาของเครื่องดักฟังกันว่า จะกำเนิดและมีต้นแบบมาจากอะไร ตัวเครื่องดักฟังนั้นก็มีด้วยกันหลากหายประเภท เช่น เครื่องดักฟังระยะไกล เครื่องดักฟังโทรศัพท์มือถือ เครื่องดักฟังเสียง เป็นต้น โดยเครื่องดักฟังนั้นจะพัฒนามาจากเครื่องบันทึกเสียง ตัวเครื่องบันทึกเสียงนั้น ในสมัยก่อนก็จะมีขนาดพอสมควร แต่ปัจจุบันนั้นเครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องอัดเสียง ก็มีขนาดที่เล็กลงตามสมัยของมันเอาละครับเรามาเข้าเรื่องกันต่อ เครื่องดักฟังนั้น ก็มีการพัฒนามาจากเครื่องดักฟังเสียงนั่นแหละ แต่จะผสมกับโทรศัพท์ที่มีขนาดจิ๋วอยู่ในนั้น ทำให้กลายเป็นเครื่องฟังเสียง ณ ปัจจุบันนี้

ตัวเครื่องดักฟังเสียงนั้น เราสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายรูปแบบเช่นกัน อย่างเช่นสมมุตินะครับ ย้ำก่อนนะครับว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปเป็นเรื่องสมมุติ !! มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีสามีและภรรยา ที่แต่งงานอยู่ด้วยกันมาสักพักแล้ว และสามีเป็นคนที่รักภรรยามาก มักจะกลับมาทานข้าวกับภรรยาที่บ้านทุกวัน จนช่วงเวลาหนึ่งเป็นวันครบรอบวันแต่งงานของเขาทั้งคู่ สามีคิดจะเซอร์ไพรส์ภรรยา ช่วงนั้น ทางด้านของสามีกลับบ้านดึกทำ OT ทุกวันเพื่อที่จะเก็บเงินที่จะเซอร์ไพรส์ภรรยาแต่ทางด้านภรรยาก็ไม่รู้เรื่องที่สามีไปทำอะไรกับบ้านดึกๆทุกวัน จนกระทั่งวันฝ่ายภรรยาเกิดความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นเลยซื้อเครื่องดักฟังที่มีความสามารถในการฟังเสียงที่ชัดเจนมาก และยังเป็นระบบ GPS ที่สามารถระบุได้ว่าตอนนี้ทางด้านสามีอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ จนทั่งวันหนึ่งสามีเปิดกระเป๋าเจอเครื่องแปลกๆอยู่ในกระเป๋าและเขาก็รู้ทันทีเลยว่าไอ้เครื่องแปลกๆที่อยู่ในกระเป๋าก็คือเครื่องดักฟังระบบ GPS สามีเลยคิดแผนการแกล้งภรรยาของตนและเป็นการเซอร์ไพรส์ไปด้วยเลย เขาเลยทำทีว่าเขานั้นแอบมีกิ๊กโดยให้เพื่อนๆของเขาช่วยกัน ทางด้านภรรยาที่ไม่รู้อะไรกับเรื่องนี้เลยเกิดความโมโหมากเลยดูที่ตั้งของ GPS และรีบไปที่จุด GPS โดยด่วน และยิ่งเขารู้ที่ตั้งนั้นว่าเป็นโรแรมเขาก็โมโหสุดขีด จนกระทั่งไปถึงที่ห้อง แต่ห้องกับมืดสนิท และหลังจากนั้น ทางสามีและเพื่อนก็กระโดดออกมาเซอร์ไพรส์ ทำให้ทางภรรยานั้นถึงกับดีใจจนน้ำตาไหล ในทางที่ดีของเครื่องดักฟังก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ในทางที่ไม่ดีก็มีด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะครับ ถ้าได้ดูข่าวและก็ไม่มีใครไม่รู้แน่นอนที่มีเรื่องของทางด้านสามีภรรยาเช่นกัน ที่เกิดอุบัติเหตุที่รถยนต์ชนกัน ก็เรื่องสามีมีภรรยาน้อย ทางด้านภรรยาอาจจะติดเครื่องดักฟังและ GPS ไว้ในรถของทางสามี และอาจจะได้ยินบางประโยชน์ที่สามีพูด จนตนเกิดความโมโหจนทนไม่ไหวเลยขับรถตามไปจนขับรถไปชนกับรถของสามีถ้ามันเป็นเรื่องของคนสองคนมันก็เรื่องของเขาถูกไหม แต่ดันไปชนรถของคนที่ใช้ถนนด้วยกันถึง 3 คัน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก เห็นไหมล่ะครับ การใช้ในทางที่ดีก็มีในทางที่ไม่ดีก็ ดังนั้นเราควรที่จะใช้เครื่องดักฟัง ตัวนี้ให้มีประโยชน์สูงสุดกันดีกว่าครับ ท้ายนี้ผมก็จะขอบอกว่าเครื่องดักฟังนั้นมันก็มีทั้งคุณและโทษของมัน ถ้าคุณเครื่องใช้มันไม่ดีคุณอาจจะเสีย ความไว้วางใจ ความเชื่อใจจากคนที่คุณรักทางที่ดีควรที่จะหันมาคุยกันดีกว่าไหม ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตามการหันมาพูดคุยกันนั้นคือทางที่ดีที่สุดควรใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย เท่านี้ก็ดีสำหรับทุกคนและสังคมของเราแน่นอนครับ

Advertisements
เรื่องเล่าจากประสบการณ์

กล้องจิ๋วในยุคสมัยปัจจุบัน

เก็บภาพความทรงจำทุกสถานที่ ทุกเหตุการ์ณได้ด้วย กล้องจิ๋ว

ภาพจากกล้องกันน้ำตัวจิ๋ว
ที่มารูป pantip.com/topic/34959853

การเดินทางไกลเพื่อท่องเที่ยวค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่กำลังได้รับความนิยมไปทั่ว อุปกรณ์สำหรับนักเดินทางอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญอยู่ในลำดับต้นของการท่องโลกคงหนีไม่พ้นกล้องถ่ายภาพเพื่อใช้บันทึกเรื่องราวทุกหนแห่งที่ได้ไปเยือนโดยไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสกลับมาอีกเมื่อไหร่ การบันทึกความทรงจำอันสวยงามผ่านกล้องถ่ายรูปซึ่งทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องมือสำหรับย้อนวันเวลากลับไปสู่อดีต ทำให้สุขใจทุกครั้งเมื่อย้อนกลับมาดูช่วงเวลาแห่งความทรงจำผ่านการบันทึกภาพ

เมื่อเทคโนโลยีของการถ่ายภาพพัฒนาไปไกลมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตหลายรายจึงเริ่มทำการค้นคว้าวิจัยปรับเปลี่ยนความสามารถของกล้องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น คัดสรรอุปกรณ์ เพื่อทำให้การใช้งานในกล้องรุ่นใหม่มีความง่ายและได้คุณภาพคมชัด บริษัทผู้ผลิตกล้องชั้นนำยังมีการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ซึ่งจะออกแทนกล้องรุ่นเก่าโดยทำการเพิ่มประสิทธิภาพย่อขนานตัวกล้องให้เล็กและเบามากยิ่งขึ้น

กล้อง Mirrorless คือกล้องตัวเล็กในตระกูล J การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวกล้องเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานก่อกำเนิดกล้องจิ๋ว ซึ่งเป็นนวัฒกรรมกล้องบันทึกภาพขนาดเล็กรุ่น โดยเพิ่มความสามารถของการบันทึกภาพเคลื่อนไหว พร้อมระบบประมวลผลรวดเร็ว ดังนั้นกล้องจิ๋วจึงเป็นอุปกรณ์บันทึกภาพที่เหมาะสำหรับการพกพาเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยขนาดเล็กและน้ำหนักเบายังช่วยลดภาระในการพกพา อีกทั้งยังกันน้ำและกันสะเทือน กล้องจิ๋วมีให้เลือกหลายรุ่นมาก และควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

โดยกล้องจิ๋ว จะแบ่งตามความเหมาะสมของการใช้งาน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ  นั่นก็คือ การใช้กล้องจิ๋วสำหรับผู้เริ่มต้น และสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพวิดีโอระดับสูง ซึ่งราคาจะสูงกว่า

กล้องจิ๋ว สำหรับของผู้เริ่มต้นนั้น มีราคาตั้งแต่ถูกถึงราคาแพง เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการอะไรง่าย ติดตั้ง ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และใช้งานง่าย ซึ่งมีความต้องการกล้องจิ๋วกันน้ำคุณภาพของวิดีโอในระดับมาตรฐานที่ยอมรับได้ บางรุ่นอาจจะมีหน้าจอ ทำให้สะดวกต่อการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อแชร์ภาพถ่ายได้ทัน ในส่วนกล้องจิ๋ว สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพวิดีโอระดับสูง ซึ่งมีราคาจะสูง มีหลายรุ่นให้เลือกสรร เหมาะสำหรับ กลุ่มคนที่ต้องการถ่ายวีดีโอคุณภาพสูง ใช้งานจริงจังและเป็นประจำ

อย่างไรก็ดี การเก็บรักษากล้องจิ๋วนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ใช้กล้องไม่ควรเก็บรักษากล้องไว้ในที่ๆ อุณหภูมิสูงจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้กล้องโดนความชื้น เพราะจะทำให้ตัวกล้องอาจลัดวงจรและทำให้ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป นอกจากการรู้จักการใช้งานกล้องแล้วผู้ใช้ก็ควรศึกษาวิธีการเก็บรักษาตัวกล้องจิ๋วด้วย เพื่อให้กล้องนั้นสามารถใช้งานได้ตราบนานเท่านาน

นานาสาระ

หมดปัญหาส้นเท้าแตกด้วยวิธีนี้

tr

สำหรับใครที่มีปัญหาส้นท้าแตก รู้สึกรำคาญใจกับปัญหาของส้นเท้าที่เกิดขึ้น และหาวิธีที่จะดูแลรักษาเท้าเพื่อแก้ปัญหา  รักษายังไม่หายซักที วันนี้เรามีวิธีการดูแลส้นเท้าของเราให้กลับมาเนียนนุ่ม ไม่แข้งกระด้าง อีกต่อไป ก่อนที่เราแก้ปัญหา เราควรรู้สาเหตุของปัญหาของการทำให้ ส้นเท้าแตก กันก่อนดีกว่าค่ะ

 

สาเหตุของส้นเท้าแตก

ส้นเท้าแตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การใส่รองเท้าแตะ การเดินด้วยเท้าเปล่าในบ้านหรือออฟฟิศนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาส้นท้าแตกได้ เนื่องจาก ส้นเท้าได้สัมผัสกับพื้นแข็งๆโดยตรง ประกอบกับความเย็นที่สัมผัสเป็นสาเหตุให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง  ขาดความชุ่มชื้น หรือการเดินเยอะๆทำให้ส้นเท้าได้รับแรงเสียดทานระหว่างส้นเท้ากับรองเท้าที่เราสวมใส่อยู่ ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าเปิดส้นก็จะทำให้ส้นเท้าหนาและด้านขึ้น  นอกจากนั้น สภาพอากาศก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ส้นเท้าของเราแตกได้เช่นกัน    เมื่อเรารู้ว่าปัญหาการเกิดส้นเท้าแตกนั้น มันเกิดจากอะไรบ้าง เราก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเรานั้น โดยมี วิธีรักษาส้นเท้าแตก ดังนี้

วิธีรักษาส้นเท้าแตก

  1. หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง ๆ เป็นเวลานาน ๆ
  2. ควรสวมใส่รองเท้าหุ้มส้น หากอยู่ในบ้านหรือออฟฟิศควรหารองเท้าสำหรับใส่บ้าน เพื่อลดการสัมผัสระหว่างส้นเท้ากับพื้นเย็นๆ
  3. ควรสวมถุงเท้า หากมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับส้นเท้าด้วยการใช้ครีมทาส้นเท้าแตก ครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น วาสลีน ออยล์หรือ เจลสำหรับส้นเท้า เพื่อไม่ให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง
  5. ไม่ควรยืนเป็นเวลานานๆ เนื่องจากน้ำหนักตัวจะถูกถ่ายมาบริเวณส้นเท้า หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรหา ซิลิโคนรองส้นเท้า ลดการกดทับ ที่เป็นสาเหตุทำให้ส้นเท้าหนาและด้าน
  6. หมั่นขัดส้นเท้าด้วยหินขัด หรือขัดด้วยสบู่ อาจจะทำหลังอาบน้ำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังกำพร้าบริเวณส้นเท้าให้เนียนนุ่มอยู่เสมอ
  7. ลดน้ำหนักตัว เนื่องจากการกดทับจากน้ำหนักและเกิดการเสียดสีกับพื้นผิวที่ส้นเท้า ทำให้เกิดการด้านหนาของเซลล์ผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วไม่หลุดร่อนออกเพราะขาดความชุ่มชื่น และแข็งกระด้าง

นอกจากวิธีการรักษา หรือการป้องกันเบื้องที่เราได้กล่าวกันไปแล้ว การดูแลสุขภาพจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยการแนะนำให้รับประทานอาหาร หรือ อาหารเสริมที่มีส่วนผสมองวิตามินเอ วิตามินอี หากทำตามวิธีข้างต้นไปหมดแล้วคุณยังไม่หายจากปัญหาส้นเท้าแตก หรือมีอาการเจ็บปวดในส้นเท้าต้องไปพบแพทย์เพื่อการรักษาและป้องกันต่อไป